f
title
สำนักงานทางหลวงที่ 5
วิสัยทัศน์ : "ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัย เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ"
 
ข่าวสารทางหลวง
title
คืบหน้ากว่า 80 % คาดแล้วเสร็จพฤศจิกายน 2565 กรมทางหลวงเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขยายถนนสายขุนเขา ทล.101 จ.แพร่ – จ.น่าน 4 ช่องจราจรตลอดสายทาง หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวภาคเหนือเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน คืบหน้ากว่า 80 % คาดแล้วเสร็จพฤศจิกายน 2565

กรมทางหลวงเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขยายถนนสายขุนเขา ทล.101 จ.แพร่ – จ.น่าน  4 ช่องจราจรตลอดสายทาง หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวภาคเหนือเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน  คืบหน้ากว่า 80 %    คาดแล้วเสร็จพฤศจิกายน 2565   นายสราวุธ ทรงศิวิไล  อธิบดีกรมทางหลวง  เปิดเผยว่า ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางถนนในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมเร่งรัดโครงการก่อสร้างโครงข่ายทางหลวงแผ่นดิน กิจกรรมเร่งรัดทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร (ระยะที่ 2) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 101 สาย อ.ร้องกวาง - น่าน ตอน บ.ห้วยแก๊ต - บ.ห้วยน้ำอุ่น ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดระหว่างเชื่อม จังหวัดแพร่ – จังหวัดน่าน (ประตูสู่น่านบริเวณเขาครึ่ง) ที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเดิมมีขนาด 2 ช่องจราจร ลักษณะถนนบางช่วงเป็นภูเขาที่ลาดชันสูงและคดโค้ง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงจำเป็นต้องขยายเส้นทางเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกปลอดภัย รองรับปริมาณการจราจรและการขยายตัวทางเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือไปสู่ภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะภาคขนส่งและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจึงผลักดันให้เร่งขยายเส้นทางสาย อ.ร้องกวาง - น่าน ตอน บ.ห้วยแก๊ต - บ.ห้วยน้ำอุ่น เป็น 4 ช่องจราจรในส่วนที่เหลือ 16.15 กิโลเมตร ซึ่งเป็นช่วงสุดท้าย โดยที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ขยายเส้นทางดังกล่าวแล้วเสร็จระยะทางรวม 81.34 กิโลเมตร ซึ่งหากโครงการแล้วเสร็จจะช่วยเสริมสร้างโครงข่ายทางหลวงพื้นที่ภาคเหนือให้สมบูรณ์ตลอดสาย 97.49 กิโลเมตร กรมทางหลวงโดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 จึงเร่งดำเนินโครงการก่อสร้างมีโดยจุดเริ่มต้นโครงการอยู๋ในพื้นที่ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ที่ กม.300+049 สิ้นสุดที่ อ.เวียงสา จ.น่าน ที่ กม.316+199 ขยายจาก 2 ช่องจราจรเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร (ไปกลับข้างละ 2 ช่องจราจร) ผิวทางเป็นแอสฟัลต์คอนกรีต  ช่องจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร  ไหล่ทางชนิดเดียวกับผิวทางกว้าง 2.50 เมตร  มีเกาะกลางแบบยก (Raised Median) สลับกับเกาะกลางแบริเออร์คอนกรีต รวมงานก่อสร้างสะพานคอนกรีตข้ามคลอง 4 แห่ง และก่อสร้างศาลาทางหลวงบริเวณสองข้างทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจำนวน 6 แห่ง พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดสาย รวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ  ตามมาตรฐานกรมทางหลวง งบประมาณโครงการ 1,093 ล้านบาท  ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 80 %  คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน ปี 2565  ทางหลวงสาย อ.ร้องกวาง - น่าน เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 101 ซึ่งมีระยะทางประมาณ 488.48 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นจากถนนพหลโยธินที่ จ.กำแพงเพชร ผ่านเข้าสู่ จ.สุโขทัย จ.อุตรดิตถ์ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ผ่าน อ.สูงเม่น ผ่านทางเลี่ยงเมืองแพร่ เข้าสู่ อ.ร้องกวาง สิ้นสุดที่ด่านผ่านแดนถาวรห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ทางหลวงสายนี้นับว่ามีความสำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สำคัญ อาทิ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน นันทบุรี ดอยภูคา ขุนสถานที่สำคัญอีกหลายๆแห่ง   เจดีย์พระธาตุช่อแฮ แช่แห้ง รวมแหล่งอารยธรรมล้านนาต่างๆ รวมแหล่งผลิตภัณฑ์ไม้สัก และสู่แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาชนลาว                หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จตลอดเส้นทาง จะช่วยยกระดับความปลอดภัยโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคเหนือ อำนวยประโยชน์สำหรับภาคขนส่งพืชผลทางการเกษตรและรองรับการขยายเส้นทางหลวงที่เชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านพัฒนาด้านเศรษฐกิจชายแดน  ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาทางหลวงในพื้นที่ภาคเหนือให้เป็นฐานเศรษฐกิจที่สร้างสรรค์มูลค่าสูง ตามแนวทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)    ----------------------------------------- สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่       Facebook : @departmentofhighway Twitter : @prdoh1 Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=51A_IdP-OCo ---------------------------------------- ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมทางหลวง วันที่ 2 มิถุนายน 2565  
title
กรมทางหลวงจัดประกวดภาพถ่ายภายใต้หัวข้อ “มองทางผ่านเลนส์ 361 องศา” ชิงรางวัลกว่า 230,000 บาทพร้อมเกียรติบัตร

นายสราวุธ  ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เผยว่า กรมทางหลวงได้จัดโครงการประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “มองทางผ่านเลนส์ 361 องศา” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจในบทบาทภารกิจของกรมทางหลวงและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสะท้อนมุมมองที่สื่อถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่กรมทางหลวงมีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการดำเนินงานของกรมทางหลวง ผ่านการถ่ายภาพ โดยภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด ต้องเป็นภาพทางหลวง สะพาน หรือโครงการก่อสร้างของกรมทางหลวง ทั้งนี้ รวมถึงสิ่งปลูกสร้าง อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ปลอดภัย ในเขตทางหลวง เช่น ศาลาทางหลวง หลักกิโลเมตร ป้ายต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นภาพภายใต้แนวความคิด “มองทางผ่านเลนส์ 361 องศา” โดยสื่อถึงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ ที่เชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี การท่องเที่ยว และความมั่นคง รวมถึงการเกื้อหนุนซึ่งกันและกันระหว่างกรมทางหลวง ประชาชน ภาครัฐและเอกชน โดยภาพถ่ายจะต้องเป็นถนนหรือสะพานในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงเท่านั้น สำหรับรางวัลในโครงการประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “มองทางผ่านเลนส์ 361 องศา”นั้น กรมทางหลวงได้แบ่งรางวัลเป็น 2 ประเภทพร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ประเภทภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอล และประเภทภาพถ่ายจากอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) โดยทั้ง 2 ประเภท รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 50,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 เงินรางวัล 30,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลชมเชย 5 รางวัล เงินรางวัล 5,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 230,000 บาท โดยผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถศึกษารายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.doh.go.th และส่งผลงานได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ประกาศผลการตัดสินภายในเดือนกรกฎาคม 2565 ทั้งนี้ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ