f
title
แขวงทางหลวงพิจิตร
วิสัยทัศน์ : เร่งรัด พัฒนางานบำรุงรักษาทางหลวงตามมาตรฐานรองรับการขนส่ง เพื่อความสะดวกปลอดภัย ภูมิทัศน์สวยงาม
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวง ชี้แจงกรณีรถติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง ที่ด่านฯ ธัญบุรี และด่านฯทับช้าง บนมอเตอร์เวย์สาย 9 วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก (บางปะอิน-บางพลี)

กรมทางหลวง ชี้แจงกรณีรถติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง ที่ด่านฯ ธัญบุรี และด่านฯทับช้าง บนมอเตอร์เวย์สาย 9 วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก (บางปะอิน-บางพลี) เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้เริ่มใช้ระบบเก็บเงินค่าผ่านทางแบบไม่มีไม้กั้น หรือเรียกว่า ระบบ M-Flow บนมอเตอร์เวย์สาย 9 ที่ด่านฯ ธัญบุรี และด่านฯ ทับช้าง ทั้งขาเข้าและขาออก รวม 4 ด่านฯ อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ช่องเก็บเงินสดและช่องอัตโนมัติ M-Pass และ Easy Pass ลดลงไปจากเดิม 3-4 ช่อง เพื่อทำเป็นระบบแบบไม่มีไม้กั้น M-Flow ในช่องทางขวาสุดของแต่ละด่านฯ และอาจทำให้ผู้ใช้ทางสับสนในการใช้ช่องทางให้ถูกต้อง เกิดการเบียดแทรกเปลี่ยนเลนช่วงก่อนเข้าด่านเก็บเงิน ส่งผลให้การจราจรหน้าด่านฯ ติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วนมากขึ้นกว่าเดิมนั้น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพี่อลดผลกระทบความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้ทาง และให้ทำการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ และเชิญชวนให้มาลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกเพื่อใช้งานในช่องทางระบบ M-Flow ให้มากขึ้น นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงรับทราบปัญหารถติดหน้าด่านฯ ที่เกิดขึ้น และไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เต็มพิกัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กรมการขนส่งทางบก และหน่วยกู้ภัย เร่งแก้ปัญหารถติด และอำนวยความสะดวกการจราจรบริเวณหน้าด่านเก็บเงินทั้ง 4 ด่านฯ และกรมทางหลวงต้องขออภัยต่อประชาชนผู้ใช้ทางในความไม่สะดวกครั้งนี้ด้วย โดยได้สั่งการให้ดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้1. ปรับจำนวนช่องเก็บเงินสด และช่องอัตโนมัติ M-Pass และ Easy Pass ให้เหมาะสมสอดคล้องกับปริมาณรถผู้ใช้งานของแต่ละด่าน2. ติดป้ายประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นช่วงก่อนถึงด่านเก็บเงิน เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้ทางใช้ช่องทางที่ถูกต้อง โดยผู้ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิก M-Flow ให้ใช้ช่องขวาสุด สามารถวิ่งผ่านบริเวณด่านฯ ได้เลย ส่วนผู้ที่ใช้ช่องอัตโนมัติ M-Pass หรือ Easy Pass ใช้ช่องกลาง และเงินสดให้ใช้ช่องซ้ายสุด เป็นต้น3. ติดตั้งแบริเออร์และกรวยยางแบ่งช่องจราจรให้ชัดเจน เป็นระยะทางล่วงหน้า 1 กิโลเมตร เพื่อให้การใช้ช่องทางเป็นระเบียบ ไม่แทรก หรือเปลี่ยนช่องทางกระทันหันก่อนถึงบริเวณด่านเก็บเงิน4. ระดมเจ้าหน้าที่ช่วยบริการอำนวยความสะดวกเก็บเงินในช่องทางเงินสด เพื่อสามารถผ่านด่านฯ ได้รวดเร็วขึ้น5. ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนผู้ใช้ทางมอเตอร์เวย์ สมัครลงทะเบียนเป็นสมาชิกใช้งานระบบ M-Flow ให้มากขึ้น โดยเพิ่มการแจกแผ่นพับที่หน้าด่านเก็บเงินมอเตอร์เวย์ และช่องด่านเก็บเงินทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย รวมทั้งขอความร่วมมือแจกแผ่นพับในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อว่า จากข้อมูลเมื่อวานนี้ (19 ก.พ. 65) มีผู้ลงทะเบียนสมัครสมาชิกใช้งานระบบ M-Flow จำนวนรวมทั้งสิ้น 61,171 ราย ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล คิดเป็นจำนวนรถที่เป็นสมาชิก 67,399 คัน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ได้มีผู้สนใจลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกใช้งานระบบ M-Flow เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 4 วันที่ผ่านมา (16-19 ก.พ.) เพิ่มเฉลี่ยวันละเกือบ 10,000 ราย ซึ่งนับว่ามีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ตั้งแต่เปิดรับสมาชิกครั้งแรกเมื่อ 29 ตุลาคม 2564 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2565 ก่อนเปิดใช้งานระบบ M-Flow มีผู้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกประมาณ 30,000 รายเท่านั้น สำหรับการลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกใช้งานช่องผ่านทางแบบไม่มีไม้กั้น หรือ ระบบ M-Flow นั้น ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนได้ 2 แนวทาง แนวทางแรก คือ ลงทะเบียนเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ โดยสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.mflowthai.com หรือ Mobile Application MFlowThai โดยเลือกการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือตัดเงินในบัญชี M-Pass หรือ Easy Pass ที่หลายคนมีบัญชีอยู่แล้ว โดยเลือกได้ว่าจะจ่ายเป็นรอบบิล หรือจะจ่ายเป็นรายครั้ง ผ่าน QR Code และไปจ่ายเงินทาง e-Banking ธนาคาร หรือจ่ายที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขากว่า 13,000 แห่งทั่วประเทศ โดยผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกใช้งานระบบ M-Flow นี้ จะได้โปรโมชั่น คือ ใช้งานฟรี 2 เที่ยว และหลังจากนั้นครั้งต่อๆ ไป จะได้ส่วนลดค่าผ่านทาง 20% เป็นเวลา 3 เดือน (จ่ายเพียง 24 บาท จากค่าผ่านทางปกติ 30 บาท) และจะพิจารณาโปรโมชั่นอื่นๆ อีก และแนวทางที่ 2 คือ การลงทะเบียนเป็นสมาชิกผ่านทาง Line OA โดยเพิ่มเพื่อน @mflowthai แล้วกดเลือกช่องสมัครเป็นสมาชิก โดยจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ซึ่งวิธีนี้สามารถสมัครได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาทีเท่านั้น และจะได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ส่วนลด และโปรโมชั่นต่างๆ ผ่านทาง Line OA นี้ อธิบดีกรมทางหลวงเน้นย้ำว่า “ระบบ M-Flow คือ ระบบที่ใช้เทคโนโลยี AI ที่ทันสมัยที่สุดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผู้ใช้ช่องทาง M-Flow นี้ เมื่อผ่านบริเวณด่านเก็บเงิน ไม่ต้องชะลอความเร็ว วิ่งผ่านด่านฯ ได้เลย โดยจะไม่มีไม้กั้นที่ช่องเก็บเงิน และเมื่อใช้งานผ่านด่านฯ แล้ว ค่อยจ่ายเงินภายหลัง ตามเงื่อนไขที่ลงทะเบียนสมัครสมาชิกไว้ สำหรับผู้ที่สามารถเข้ามาใช้ระบบ M-Flow ในช่องทางที่กําหนด ต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก M-Flow เท่านั้น รถป้ายแดง รถป้ายเลอะเลือนไม่ชัดเจน หรือไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ห้ามเข้ามาใช้ระบบ M-Flow จึงขอเชิญชวนให้รีบสมัครเป็นสมาชิกตามช่องทางต่างๆ ข้างต้นให้เรียบร้อยก่อน เมื่อสมัครเสร็จแล้ว ก็สามารถเข้าใช้บริการได้ทันทีในทุกด่านฯ โดยใช้ช่องทางขวาสุด สังเกตป้ายสัญลักษณ์ M-Flow ก่อนถึงด่านฯ และที่พื้นถนน ส่วนรถยนต์ที่ยังไม่ได้เป็นสมัครสมาชิก หากขับผ่านช่อง M-Flow เนื่องจากเกิดความสับสนช่องทางวิ่งหรือไม่ทันสังเกตป้ายเตือนต่างๆ ขอให้ท่านรีบดำเนินการชําระเงินย้อนหลังภายใน 2 วัน โดยสามารถตรวจสอบยอดค้างชำระและชำระเงินได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ เวบไซต์ mflowthai.com, Mobile Application: MFlowThai และ Line OA: @mflowthai เพื่อแสดงว่าท่านไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าผ่านทาง หากไม่ชำระตามเวลาที่กำหนดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ สําหรับรถยนต์ป้ายแดง หรือป้ายทะเบียนไม่ชัดเจน ไม่สามารถใช้บริการ M-Flow ได้ แต่ยังคงใช้ช่องชําระเงินสด และช่อง M-Pass Easy Pass ได้ หากสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรติดต่อได้ที่ Call Center โทร 1586 กด 1
title
กรมทางหลวงยกระดับถนนปลอดภัยขยาย 8 ช่องจราจร สาย 3 ช่วง อ.บ้านฉาง-ระยอง

กรมทางหลวงยกระดับถนนปลอดภัยขยาย 8 ช่องจราจร สาย 3 ช่วง อ.บ้านฉาง-ระยอง แก้ไขการจราจรสายหลัก รองรับโครงข่ายคมนาคมขนส่งในอนาคต พัฒนาการเดินทางพื้นที่ EEC ตามนโยบายรัฐบาล ก่อสร้างคืบหน้ากว่า 40 % คาดแล้วเสร็จกลางปี 2566 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เร่งรัดติดตามแผนงานการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงและมาตรฐานความปลอดภัยในเส้นทาง พร้อมให้เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ช่วง อ.บ้านฉาง-ระยอง โดยให้ขยายเป็น 8 ช่องจราจร ตามที่ได้มอบนโยบายไว้ เนื่องจากปัจจุบันทางหลวงสายดังกล่าวเป็นเส้นทางสายหลักสู่ภาคตะวันออกเชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและสอดคล้องต่อการพัฒนาทางหลวงรองรับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ในส่วนของท่าเรือมาบตาพุดและสนามบินอู่ตะเภา และยังมีโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย พัทยา-มาบตาพุด จึงมีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นและเกิดปัญหาการติดขัดของการจราจรโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน สภาพสองข้างทางเป็นพื้นที่ชุมชน ดังนั้นเพื่อลดการจราจรติดขัด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจึงได้เร่งรัดโครงการดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ยกระดับถนนปลอดภัยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามนโยบายของรัฐบาล อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวต่อไปว่า เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรของโครงการได้อย่างยั่งยืนตามแนวสายทาง สำนักสำรวจและออกแบบจึงกำหนดให้มีการปรับปรุงบริเวณทางแยก 3 แห่ง ประกอบไปด้วย 1) แยกหนองแฟบและแยก ปตท. ช่วง กม.205+307 และ กม.205+640 2) ทางแยกมาบตาพุด ช่วง กม.208+850 และ 3) แยกขนส่ง ช่วง กม.213+500 ซึ่งกรมทางหลวง โดยขณะนี้ สำนักสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ได้เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างสายทางและทางแยกดังกล่าวโดยก่อสร้างเป็นทางชั้นพิเศษขนาด 8 ช่องจราจรไป-กลับ ผิวทางคอนกรีตแบ่งทิศทางการจราจรด้วยกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) ขนาดช่องจราจรกว้าง 3.50 เมตร ภายในเขตทาง 40 เมตร พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าประมาณ 40 % คาดว่าจะก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณเดือน เมษายน ปี 2566 โดยแบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นที่ กม.192+150 – กม.204+100 และ กม.204+600 – กม. 208+400 ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง ถึง พื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง ระยะทาง 15.7 งบประมาณ 1,150 ล้านบาท รวมงานก่อสร้างสะพานคอนกรีต 3 แห่ง ก่อสร้างศาลาทางหลวงในบริเวณสองข้างทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ ประชาชนจำนวน 9 แห่ง และงานก่อสร้างทางแยก 1 แห่ง ได้แก่ - แยกหนองแฟบและทางแยก ปตท. ช่วง กม.205+307 และ กม.205+640 โดยได้ยกเลิกระบบสัญญาณไฟจราจร และก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 3191 ไปทางหลวงหมายเลข 3392 พร้อมก่อสร้างวงเวียนสำหรับเลี้ยวขวาในทุกรูปแบบ ตอนที่ 2 จุดเริ่มต้นที่ กม.208+400 - กม.210+445 และ กม.211+295 - 216+900 ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง บริเวณตลาดมาบตาพุด โดยแนวเส้นทางมุ่งไปทางทิศตะวันออกผ่าแยกเนินสำลี แยกวัด โขดหิน และผ่านแยกขนส่งไปสิ้นสุดที่ ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง ระยะทาง 7.7 กิโลเมตร งบประมาณ 700 ล้าน รวมงานก่อสร้างสะพานคอนกรีต 4 แห่ง และก่อสร้างศาลาทางหลวงในบริเวณสองข้างทางเพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนจำนวน 18 แห่ง และงานก่อสร้างทางแยก 2 แห่งได้แก่ ทางแยกมาบตาพุด ช่วง กม.208+850 ปรับปรุงผิวจราจรที่เสียหาย และก่อสร้างสะพานกลับรถบนทางหลวงที่ กม.209+635 (คลองห้วยใหญ่) ช่องลอดจุดกลับรถสูงประมาณ 3 เมตร แยกขนส่ง ช่วง กม.213+500 โดยก่อสร้างทางลอดบนทางหลวงหมายเลข 3 ทิศทางจากบ้านฉางไประยอง ส่วนทิศทางไปบ้านฉางเป็นระดับดิน และก่อสร้างวงเวียนสำหรับทิศทางการจราจรเลี้ยวขวา ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรสายหลักเชื่อมสู่นิคมอุตสาหกรรม และเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมขนส่งในอนาคตซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายการลงทุนที่สำคัญและช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ยกระดับถนนปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทาง เพราะหากระบบคมนาคมขนส่งมีประสิทธิภาพจะเป็นกลไกและเครื่องมือที่สำคัญการลงทุนในภาคการผลิตและการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยตามนโยบายของรัฐบาล
title
กรมทางหลวงปรับปรุงทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 กับทางหลวงหมายเลข 11 เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางบนแยกภาคเหนือ จ.ลำปาง

กรมทางหลวงปรับปรุงทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 กับทางหลวงหมายเลข 11 เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางบนแยกภาคเหนือ จ.ลำปาง กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างสะพาน ได้ดำเนินโครงการฯปรับปรุงทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 กับทางหลวงหมายเลข 11 (แยกภาคเหนือ) อ.เมือง จ.ลำปาง ขนาด 1 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 0.8 กิโลเมตร แล้วเสร็จ ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการพัฒนาระบบคมนาคมให้มีความสะดวก ปลอดภัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน สำหรับโครงการถนนสาย 11 ถือเป็นเส้นทางที่ผ่านจังหวัดลำปาง โดยมีจุดตัดของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 กับทางหลวงหมายเลข 11 ที่แยกเมโทร (เดิม) หรือแยกภาคเหนือ (ปัจจุบัน) และจุดตัดที่ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (แยกนาก่วม) ซึ่งระยะทางระหว่าง 2 ทางแยก ห่างกันเพียง 400 เมตร โครงการดังกล่าวเดิมมีลักษณะเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร มีการควบคุมจราจรบริเวณทางแยกโดยใช้ระบบสัญญาณไฟจราจร ทำให้ไม่สามารถควบคุมการจราจรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีรถติดสะสมเนื่องจากปริมาณรถมีจำนวนมากในวันหยุดโดยเฉพาะช่วงเทศกาล ส่วนใหญ่เดินทางมาจากจังหวัดตากและจังหวัดแพร่ ผ่านไปจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมาก จึงได้ทำการก่อสร้างส่วนต่อขยายโครงสร้างสะพาน ลักษณะเป็นคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง (Precast Segment Bridge) ขนาด 1 ช่องจราจร ผิวทางแบบคอนกรีต ความยาวสะพาน 168 เมตร รวมงานไฟฟ้าแสงสว่าง งบประมาณ 89,640,000 บาท โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จตลอดสาย สามารถรองรับปริมาณจราจรและอำนวยความปลอดภัยในการเดินทาง บริเวณจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข 1 กับทางหลวงหมายเลข 11 (แยกภาคเหนือ) เพื่อตอบสนองนโยบายของกรมทางหลวง ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมฯ การพัฒนาด้านวิศวกรรมให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจ กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)