f
title
แขวงทางหลวงพิจิตร
วิสัยทัศน์ : เร่งรัด พัฒนางานบำรุงรักษาทางหลวงตามมาตรฐานรองรับการขนส่ง เพื่อความสะดวกปลอดภัย ภูมิทัศน์สวยงาม
 
ข่าวสารทางหลวง
title
รู้จัก "หมอชนะ" แอพติดตามและประเมินความเสี่ยง COVID-19 เก็บข้อมูลแค่ GPS และ Bluetooth

"หมอชนะ" เป็นแอพเก็บข้อมูลการเดินทางของประชาชน เพื่อประเมินความเสี่ยงได้ว่า ในบริเวณนั้นมีผู้ป่วย COVID-19 หรือไม่  สามารถดาวน์โหลดแล้วบน App Store สำหรับ iOS และ Play Store สำหรับ Android แอพ "หมอชนะ" คืออะไร? รูปแบบการใช้งาน "หมอชนะ" แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ให้ผู้ใช้รายงานความเสี่ยงของตัวเอง และแจ้งเตือนผู้ใช้หากเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง ที่มีผู้ติด COVID-19 ในการใช้งาน ให้ประชาชนดาวน์โหลดแอพ "หมอชนะ" บนสมาร์ทโฟน และตอบคำถามประเมินอาการของตัวเอง โดยแอพจะแบ่งระดับของความเสี่ยงเป็น 4 ระดับคือ • สีเขียว สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ซึ่งเป็นคนที่ไม่มีอาการ ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา • สีเหลือง สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงน้อย ซึ่งอาจจะมีอาการไข้หวัด แต่ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา • สีส้ม สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยง เพราะเป็นคนที่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา แต่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการไม่เด่นชัด คนในกลุ่มนี้ต้องกักตัวอยู่กับบ้านจนครบ 14 วัน พร้อมทั้งเฝ้าระวัง ถ้ามีอาการควรรีบไปโรงพยาบาลทันที • สีแดง สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะทั้งมีอาการ และมีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา จะต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เมื่อตอบคำถามครบถ้วนแอพจะรายงานพิกัดของผู้ใช้งานเข้าไปในระบบ แต่ผู้ใช้จะไม่สามารถดูได้ว่าผู้ใช้คนอื่นอยู่ตรงไหนบ้าง ทำได้แค่เพียงอนุญาตให้แอพแจ้งเตือนผ่าน notification หากเราเข้าไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะเช็คข้อมูลด้วย GPS และ Bluetooth ของตัวโทรศัพท์มือถือ ทางผู้พัฒนาแอพระบุว่า การประเมินความเสี่ยงผ่าน "หมอชนะ" ช่วยให้บุคลากรด้านการแพทย์สามารถเช็คข้อมูลของผู้ที่มาขอรับบริการทางการแพทย์ ว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วนของการรักษา-ส่งตรวจได้แม่นยำมากขึ้น แก้ปัญหาเรื่องการปกปิดอาการ COVID-19 ลงไปได้ ประเด็นความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ทดลองดาวน์โหลด "หมอชนะ" มาใช้งาน พบว่าต้องถ่ายภาพโปรไฟล์ตัวเองก่อนจึงสามารถใช้แอพได้, แอพขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตำแหน่ง (location - GPS), การเคลื่อนที่ (motion), Bluetooth โดยประกาศไว้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเข้าแอพ แอพ "หมอชนะ" ไม่ขอข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อหรือเลขบัตรประชาชน แค่จำเป็นต้องถ่ายภาพตัวเองในการใช้งานครั้งแรกเท่านั้น ทางทีมผู้พัฒนาระบุว่าตัวโค้ดของแอพเป็นโอเพนซอร์สให้ตรวจสอบได้ ส่วนข้อมูลที่บันทึกเข้าแอพจะถูกทำลายทิ้งหลังผ่านวิกฤตแล้ว และจะร่วมมือกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จัดตั้งกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบกระบวนการจัดการข้อมูลให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย ใครคือผู้พัฒนา "หมอชนะ" "หมอชนะ" เป็นผลงานร่วมระหว่าง กลุ่มผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ Code for Public, กลุ่มผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร-วิเคราะห์ข้อมูลชื่อ กลุ่มช่วยกัน และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษาอีกจำนวนมาก ชื่อผู้พัฒนาแอพ "หมอชนะ" ใน App Store คือ Electronic Government Agency (Public Organization) Thailand ส่วนบน Play Store คือ Digital Government Development Agency, ThailandTools ซึ่งก็คือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
title
กรมทางหลวง ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟบริเวณทางเข้าเลี่ยงเมืองแก่งคอย เพิ่มความสะดวกปลอดภัยให้ประชาชน

กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างสะพาน ได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ บนทางหลวงหมายเลข 3188 ตอน ทางเข้าเลี่ยงเมืองแก่งคอย ระหว่าง กม.0+000 – กม.1+500 ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เนื่องจากปริมาณการจราจรบนเส้นทางดังกล่าวมีจำนวนสูงขึ้นทำให้เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนกับยานพาหนะบ่อยครั้ง กรมทางหลวงจึงมีแผนปรับปรุงจุดตัดผ่านทางรถไฟดังกล่าว ให้สอดคล้องกับมาตรการความปลอดภัยของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่กำหนดให้บริเวณจุดตัดผ่านทางรถไฟมีค่าการจราจร มากกว่า 100,000 คัน/วัน จะต้องก่อสร้างเป็นทางต่างระดับในรูปแบบของสะพานหรืออุโมงค์ ซึ่งทางหลวงหมายเลข 3188 เป็นจุดหนึ่งที่มีค่าการจราจร มากกว่า 300,000 คัน/วัน ความคืบหน้าโครงการปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 49.73 ลักษณะการก่อสร้าง เป็นการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟขนาด 2 ช่องจราจร ไป – กลับ จากรูปแบบเดิมที่เป็นทางหลวงขนาด 2 ช่องจราจร พร้อมก่อสร้างทางกลับรถใต้สะพาน ขยายถนนที่มีอยู่เดิมจาก 2 ช่องจราจร เป็นขนาด 4 ช่องจราจร ความกว้างผิวทางรวมทั้งหมด 14 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.5 เมตร พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง งบประมาณ 200,000,000 บาท โครงการดังกล่าวเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุอย่างสมบูรณ์ และทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยในการสัญจรของรถไฟและยานพาหนะบนถนนของกรมทางหลวง รวมทั้งเป็นการสนับสนุนโครงการพัฒนาการขนส่งระบบราง (โครงการรถไฟทางคู่) ของกระทรวงคมนาคม และเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงภายในประเทศ กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง “ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
title
รัฐมนตรีศักดิ์สยาม เชื่อ หลัง นายกฯเป็นประธานมอบค่าเวนคืนที่ดิน มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี เริ่มเดินเครื่องจักรทันที เสร็จปี 2566 แน่นอน โดยจะช่วยการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชนในภูมิภาคตะวันตก เชื่อมโยงภาคกลาง สร้างรายได้ ให้กับประชาชนทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานมอบค่าเวนคืนที่ดิน และตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี ตอนที่ 14 ต. โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม ในวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 น. เพื่อขอบคุณในน้ำใจของประชาชนที่เสียสละและเห็นความสำคัญของการพัฒนาขีดความสามารถด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศไทยในการเชื่อมโยงภาคตะวันตกกับภาคกลาง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว "เมื่อ ครม. อนุมัติ ในหลักการให้เพิ่มกรอบวงเงินจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินอีก 1.2 หมื่นล้านบาท กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมทางหลวง ในฐานะเจ้าของโครงการจะเร่งเบิกจ่ายเงินให้ชาวบ้านทันที เนื่องจากชาวบ้านที่ถูกเวนคืนบางส่วนไม่ได้รับเงินมาประมาณ 2 ปีแล้ว โดยตั้งเป้าหมายจะเริ่มจ่ายเงินล็อตแรกให้ชาวบ้านได้ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ และจะจ่ายครบทุกรายก่อนสิ้นปี 2562 จึงเรียนเชิญนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในการมอบเงินค่าเวนคืนที่ดิน" รมว. คมนาคม กล่าว สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืน ซึ่งประกอบด้วยที่ดิน 2,563 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 1,118 ราย และต้นไม้ 890 ราย รวมทั้งสิ้น 4,571 ราย เป็นจำนวนเงิน 12,032 ล้านบาท โดยที่ประชาชนที่ยังไม่พอใจในค่าชดเชยต่างๆ สามารถอุทธรณ์ต่อกระทรวงคมนาคมได้ในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ รมว. คมนาคม ยังสั่งการให้กรมทางหลวงอำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษา แก่ผู้ถูกเวนคืนในทุกขั้นตอน นายศักดิ์สยาม เชื่อมั่นว่า ภายหลังการแก้ไขปัญหาเรื่องค่าเวนคืนที่จะเสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2562 จะทำให้การก่อสร้างเดินหน้าต่อไป และสามารถเปิดให้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด คือในปลายปี พ.ศ.2566